ขั้นตอนที่ 1: รวบรวมเอกสารจากคุณ
- ระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 3 ของทุกเดือน คุณต้องส่งเอกสารของเดือนก่อนหน้าให้เรา ได้แก่
- รายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) และรายการจากช่องทางรับชำระเงินออนไลน์ (ถ้ามี)
- สิทธิ์เข้าถึงไดรฟ์ที่รวบรวมรายการธุรกรรมทั้งหมด (ใบแจ้งหนี้และค่าใช้จ่าย) หรือส่งเอกสารฉบับจริง มายังสำนักงานของเรา
- ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน สำหรับใบแจ้งหนี้แต่ละใบที่คุณออกและได้รับชำระแล้ว
ขั้นตอนที่ 2: กระทบยอดรายการและคำนวณภาษี
ระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 10 ของทุกเดือน นักบัญชีจะตรวจสอบทุกรายการ
พร้อมยอดกับรายการเดินบัญชีธนาคาร และคำนวณภาษีที่ต้องชำระ
ระหว่างการทำงาน นักบัญชีต้องตรวจให้แน่ใจว่ารายรับหรือรายจ่ายทุกรายการ
มีเอกสารประกอบที่ตรงกัน (ใบแจ้งหนี้ สลิปเงินเดือน ฯลฯ) หากไม่มี อาจทำให้ถูกปรับและมีภาระภาษีเพิ่มเติม
ด้วยเหตุนี้การส่งเอกสารทั้งหมดในขั้นตอนที่ 1 ให้ตรงเวลาจึงสำคัญมาก หากนักบัญชีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลยอด
รายการใด จะติดต่อคุณโดยตรง
ขั้นตอนที่ 3: ยื่นแบบและชำระภาษี
ระหว่างวันที่ 10 ถึงวันที่ 15 ของทุกเดือน นักบัญชีจะยื่นแบบแสดงรายการภาษีต่อกรม
สรรพากร
คุณสามารถชำระภาษีกับกรมสรรพากรได้โดยตรง (ผ่าน QR code หรือโอนเงินผ่านธนาคาร) ก่อนถึงกำหนด หรือให้นักบัญชีชำระภาษีแทนคุณ
(นักบัญชีจะส่งคำขอเงินล่วงหน้าสำหรับชำระภาษีให้คุณ)
ขั้นตอนที่ 4: บันทึกบัญชีและรายงานผลประกอบการ
ระหว่างวันที่ 10 ถึงวันที่ 20 ของทุกเดือน นักบัญชีจะบันทึกรายการลงในซอฟต์แวร์บัญชี
และจัดหมวดหมู่ จากนั้นจะส่งรายงานผลประกอบการให้คุณ
บริการยื่นภาษีรายเดือนครอบคลุมอะไรบ้าง
บริการยื่นภาษีรายเดือนครอบคลุมการคำนวณและยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกเดือน (แบบ ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53,
ภ.ง.ด.54)
หากบริษัทของคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม บริการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มจะครอบคลุมการคำนวณและยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือน
(แบบ ภ.พ.30, ภ.พ.36)
บริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือน แม้ยอดจะเป็น 0 ก็ตาม การไม่ยื่นภาษีตามกำหนดทำให้บริษัทถูกปรับ และกรรมการบริษัทต้องรับผิดด้วย
เพื่อให้การบริหารการเงินของบริษัทเป็นไปอย่างถูกต้องและยื่นภาษีได้ตรงเวลา จำเป็นต้องทำบัญชีทุกเดือน นักบัญชีของเราใช้ FlowAccount หรือ Xero ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์บนคลาวด์ ให้คุณเข้าดูบัญชีและรายงานผลประกอบการทางออนไลน์ได้
หากคุณมีบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หรือมีแผนจะระดมทุน ขอสินเชื่อ หรือขายกิจการ การบันทึกทรัพย์สินและค่าใช้จ่ายของบริษัทให้ถูกต้องครบถ้วนในสมุดบัญชี ถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง